อะไรเอ่ยพืชสวนครัวรั้วกินได้ตำลึงผักพื้นบ้านสมุนไพรไทย

อะไรเอ่ยพืชสวนครัวรั้วกินได้ตำลึงผักพื้นบ้านสมุนไพรไทย ตำลึง ภาคเหนือเรียก ผักแคบ อีสานเรียก ผักตำนิน สี่บาท แคเด๊าะ (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) ตำลึงเป็นไม้เถาอายุหลายปี เถามีลักษณะกลม สีเขียว เถาแก่ใหญ่และแข็ง ตามีข้อมีหนวดเส้นยาวไว้ยึดเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ สีเขียวเรียวเรียบไม่มีขน ใบค่อนข้างกลม หักเหลี่ยมเล็กน้อยเป็นห้ามุมหรือเว้าลึกเป็นแฉก ใบกว้างประมาณ 5-8 ซม. ดอกเป็นดอกเดี่ยวสีขาว ข้างในมีเกสรสีเหลืองอ่อน ลักษณะคล้าบรูประฆัง ออกบริเวณซอกใบ ผลเป็นทรงกระบอกคล้ายลูกแตงกวา แต่มีขนาดเล็กกว่า เมือ่ดิบสีเขียว เมือ่แก่กลายเป็นสีแดงสด มีรสขม

ประโยชน์ทางยา ส่วนที่ใช้เป็นยา ได้แก่ ใบ ดอก เถา ราก น้ำยางต้น ในตำราไทยจัดตำลึงอยู่ในประเภทยาเย็น ที่มีสรรพคุณแก้ลม หน้ามืด ตาลาย วิงเวียนบำรุงหัวใจ ใบ  รสเย็น ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน ดับพิษฝี ถอนพิษของตำแย แก้คัน แก้เจ็บตา ตาแดง ตาแฉะ ดอก รสเย็นแก้คัน เถา รสเย็น ใช้น้ำจากเถา หยอดตาแก้ฟาง ตาแดง ตาช้ำ ตาแฉะ พิษอักเสบในตา ดับพิษแก้อักเสบ ชงกับน้ำดื่มแก้อาการวิงเวียนศีรษะ ราก รสเย็น ดับพิษทั้งปวง แก้ตาฝ้า ลดไข้ อาเจียน น้ำยางจากต้นและใบ รสเย็น แก้โรคเบาหวาน หากจะรักษาอาการแพ้ อักเสบแมลงกัดต่อย เอาใบสดหนึ่งกำมือมาตำละเอียดผสมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาแต่น้ำมาทา พอน้ำแห้งให้ทาซ้ำจนกว่าจะหาย หรือพอกไว้ก็ได้

ตำลึง

ประโยชน์ทางอาหาร ยอดออ่น ผลอ่อนของตำลึง รสเย็นรับประทานเป็นผัก ยอดอ่อนและใบอ่อนของตำลึงนำไปลวกหรือนึ่งเป็นผักจิ้มกับน้ำพริกและนำไปปรุงอาหารเช่น แกงจืดหมูตำลึง แกงเลียง ผัด หรือใส่ก๋วยเตี๋ยวแทนถั่วงอก เป็นก๋วยเตี๋ยวตำลึง บางท้องถิ่นนำผลอ่อนของตำลึงไปดอง สำหรับนำไปรับประทานกับน้ำพริกหรือปรุงเป็นแกง หรือนำไปปรุงผสมกุ้งเป็นยำตำลึงใส่กุ้งก็น่าจะแซ่บดี นอกจากนั้น บ้านไหนมีลูกยังเล็ก แกงจืดหมูสับใส่ยอดตำลึงน่าจะเป็นเมนูง่ายๆที่คุณแม่มือใหม่ สามารถปรุงให้ลูกรับประทานได้ไม่ยากนัก ทั้งยังอร่อยและครบคุณค่ามากมาย

ประโยชน์ของตำลึง

  1. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมความเซลล์ต่างๆในร่างกาย
  2. ช่วยบำรุงผิวพรรณ และช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อในร่างกาย
  3. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  4. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร
  5. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้เถาแก่ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำหรือจะใช้น้ำคั้นจากผลดิบ นำมาดื่มวันละ 2 รอบเช้าเย็น จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มระดับอินซุลิน
  6. ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง (ใบ,น้ำคั้นตำลึง)
  7. ประโยชน์ของตำลึง ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด จึงช่วยป้องกันการเกิดอัมพาตด้วย
  8. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง (แคลเซียม)
  9. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา (วิตามินเอ)
  10. ช่วยบำรุงเลือด (ใบ)
  11. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต (ใบ)
  12. ช่วยป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดแข็ง ตีบตัน และแตกได้
  13. ช่วยบำรุงน้ำนมแม่ (ใบ)
  14. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน (วิตามินซี)
  15. ใช้ดับพิษร้อน แก้ไข้ตัวร้อน (ใบ)
  16. ช่วยลดไข้ (ราก)
  17. ช่วยแก้อาเจียน (ราก)
  18. แก้อาการวิงเวียนศีรษะ ด้วยการใช้เถาตำลงชงกับน้ำดื่ม (เถา)
  19. สรรพคุณของตำลึง ใช้แก้อาการตาแดง เจ็บตา (ใบ)
  20. ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม และยังช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตาได้อีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนั่งอยู่หน้าคอมพ์นานๆ และมีอาการสายตาอ่อนล้า
  21. แก้อาการตาแดง ตาฟาง ตาช้ำ ตาแฉะ พิษอักเสบในตา ด้วยการใช้เถาตำลึง นำน้ำต้มจากเถามาหยอดตา (เถา)
  22. ช่วยแก้อาการตาช้ำแดง ด้วยการตัดเถาเป็นท่อนยาว 2 นิ้วนำมาคลึงพอช้ำแล้วเป่า จะเกิดฟองใช้หอดตา (เถา)
  23. แก้อาการตาฝ้า (ราก)
  24. แก้อาการผิดสำแดงเพราะกินของแสลง โดยใช้เถาตำลึงตัดเป็นท่อนยาว 1 คืบ (จำนวน 3-4 ท่อน) นำไปใส่ในหม้อดินสุมไฟด้วยฟางจนไหม้เป็นขี้เถ้า นำมาบดให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำซาวข้าวดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา (เถา)
  25. ประโยชน์ตำลึง ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง ด้วยการรับประทานใบตำลึงสดๆ (ใบ)
  26. ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ช่วยระบายท้อง (เปลือกราก,หัว)
  27. ช่วยขับสารพิษในลำไส้ (ใบ)
  28. ช่วยป้องกันอาการท้องผูก (ใบ)
  29. สรรพคุณใบตำลึง ช่วยแก้ผดผื่นคัน ด้วยการใช้ใบตำลึงนำมาตำแล้วทาบริเวณที่คัน (ใบ,ดอก)
  30. ช่วยลดอาการคันและการอักเสบเนื่องจากพืชมีพิษหรือถูกแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น หมามุ้ย ถูกตัวบุ้ง ยุงกัด ใบตำแย แพ้ละอองข้าว พิษคูน พิษกาฬ เป็นต้น ด้วยการใช้ใบสด 1 กำ นำมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำ แล้วคั้นเอาน้ำมาทาบริเวณดังกล่าวจนกว่าจะหายดี (ใบ)
  31. ใบตำลึง สรรพคุณช่วยแก้ฝีแดง (ผล)
  32. ตำลึงประโยชน์ช่วยดับพิษฝี (ใบ)
  33. แก้อักเสบ ด้วยการใช้น้ำจากเถาทาบริเวณที่เป็น (เถา)
  34. ช่วยดับพิษต่างๆ (เถา,ราก)
  35. ใช้รักษาแผลอักเสบ ด้วยการใช้ใบสดหรือรากสด นำมาตำแล้วพอกบริเวณแผล (ใบ,ราก)
  36. ประโยชน์ของใบตำลึง บรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน (ใบ)
  37. ช่วยแก้หิด ด้วยการใช้เมล็ดตำผสมน้ำมันมะพร้าวแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็น (เมล็ด)
  38. แก้งูสวัด เริม ด้วยการใช้ใบสดประมาณ 2 กำมือ (ล้างให้สะอาด) นำมาผสมกับพิมเสนหรือดินสอพอง 1 ใน 4 ส่วน แล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็น (ใบ)
  39. ช่วยป้องกันการเป็นตะคริว (ใบ)
  40. ตำลึงสรรพคุณ ช่วยกำจัดกลิ่นตัว กลิ่นเต่า ด้วยการใช้ต้นตำลึง (ทั้งเถาและใบ) นำมาตำผสมกับปูนแดงแล้วทาบริเวณรักแร้
  41. ใช้ทำทรีทเม้นท์ทำให้ผิวหน้าเต่งตึง ด้วยการใช้ยอดตำลึงครึ่งถ้วยและน้ำผึ้งแท้ครึ่งถ้วย นำมาผสมกันแล้วปั่นในโถให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก (ยอดตำลึง)
  42. ใช้เป็นยารักษาตาไก่ (ไก่ที่ถูกยุงกัดจนตาบวม เป็นพยาธิ มีหนองขาวและแข็งภายในของเปลือกตา) อย่างแรกให้พลิกเอาหรองขาวแข็งออกจากตาไก่ก่อน แล้วใช้เถาตำลึงแก่ๆ (ขนาดเท่านิ้วก้อย) มาตัดเป็นท่อนๆ (ตัดข้อทิ้ง) แล้วใช้ปากเป่าด้านหนึ่งจนเกิดฟอง หลังจากนั้นให้เอามือเปิดเปลือกตาไก่ออกแล้วเอาฟองที่ได้หยอดตาไก่วันละครั้งจนหายดี (เถา)
  43. ประโยชน์ของผักตำลึง นิยมใช้ยอดและใบกินเป็นผักสด อาจจะลวกหรือต้มจิ้มกินน้ำพริก และใช้ในการประกอบอาหารได้หลายอย่าง เมนูตำลึง เช่น แกงจืด ต้มเลือดหมู แกงเลียง ก๋วยเตี๋ยว ผัดไฟแดง ไข่เจียว เป็นต้น (ยอด,ใบ)
  44. ผลอ่อนของตำลึงนำมากินกับน้ำพริก หรือจะนำมาดองกิน ส่วนผลสุกมีรสอมหวาน กินได้เช่นกัน (ผล)

คำแนะนำ : ตำลึงมีฤทธิ์เป็นยาเย็น เมื่อทาน้ำตำลึงที่ผิวหนังแล้วไม่รู้สึกเย็น แปลว่าไม่ถูกโรคให้หยุดใช้ทันที การทาน้ำตำลึงไม่ควรถูแรงจนเกินไปในบริเวณที่เป็นผิวบอบบาง เพราะจะทำให้เกิดอาการอักเสบเพิ่มมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), www.gotoknow.org, เว็บไซต์วิชาการดอทคอม, www.prc.ac.th, สารานุกรมสมุนไพร รวมหลักเภสัชกรรมไทย (วุฒิ วุฒิธรรมเวช), นิตยาสารหมอชาวบ้าน (รศ.ดร.สุธาทิพ ภมรประวัติ), จากสารศิลปยาไทย (ฉบับที่ 68)